ซิสเต็มแอร์แอนด์มาร์ท

คาปาซิเตอร์สตาร์ท,แคปสตาร์ท(S.Cap)


฿0.00
คาปาซิเตอร์สตาร์ท,แคปสตาร์ท(S.Cap)
เหลือ 0 ชิ้น
  • หมวดหมู่ : รวมสินค้าเครื่องทำความเย็น,อื่นๆ
  • รหัสสินค้า : 000098

รายละเอียดสินค้า คาปาซิเตอร์สตาร์ท,แคปสตาร์ท(S.Cap)

คาปาซิเตอร์สตาร์ท,แคปสตาร์ท(S.Cap)

 

  ปลีกและส่งทั่วประเทศ

 สนใจติดต่อ.!!! คุณ มัส 086-481-6202,089-978-9283

  HOT LINE.!!! คุณประมุข 091-404-8718 

 

****************************************************************************************************

 

 

ข้อแตกต่างระหว่าง Cap Run กับ Cap Start

ปาซิเตอร์(Capacitor)มีชื่อเรียกทับศัพท์จากภาษาอังกฤษที่เรียกกันหลากหลายเช่น แคปาซิเตอร์(Capacitor) ส่วนศัพท์ในภาษาช่างนิยมเรียกสั้นๆว่า แค๊ป,แคป(Cap) หรือ คาปา(Capa) แต่ในชื่อภาษาไทยได้ถูกบัญญัติใช้ในชื่อ "ตัวเก็บประจุ" ซึ่งหน้าที่หลักของคาปาซิเตอร์ก็เหมือนดังชื่อของมัน คือมีหน้าที่เก็บประจุไฟฟ้ากระแสสลับหรือเก็บประจุAC. ทำหน้าที่จ่ายให้กับโหลดเพื่อเพิ่มอำนาจแม่เหล็ก ในระบบเครื่องทำความเย็นที่ใช้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ที่มีแรงม้าสูง จำเป็นต้องมีคาปาซิเตอร์มาช่วยในการเริ่มเดินมอเตอร์ เพื่อเพิ่มแรงบิดให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์เริ่มหมุน

 

ส่วนประกอบของคาปาซิเตอร์หลักๆจะมีอยู่3ส่วนคือ

1.แผ่นโละ ซึ่งเป็นแผ่นโลหะประเภทอะลูมิเนียม จำนวน2แผ่นวางอยู่ใกล้กัน มีฉนวนหุ้มอยู่

2.ฉนวน ฉนวนของคาปาซิเตอร์ทำมาจากกระดาษชุบด้วยน้ำยาเคมี ที่เรียกว่า น้ำยาอิเล็กโทรไลต์

3.วัสดุห่อหุ้ม ทำหน้าที่เป็นตัวสำหรับบรรจุชิ้นส่วนภายใน ในตัวคาปาซิเตอร์จะมีค่าความต้านทานของตัวมันเองอยู่ ซึ่งเรียกว่าค่าความจุ มีหน่วยเป็น "ไมโครฟาราด"(Microfalad = µFD) ซึ่งสามารถเขียนเทียบได้โดย 1 Falad(FD) = 10^6 µFD คาปาซิเตอร์ในระบบเครื่องทำความเย็น จำแนกได้เป็น2ชนิดคือ คาปาซิเตอร์สตาร์ท,แคปสตาร์ท(S.Cap) และ คาปาซิเตอร์รัน,แคปรัน(R.Cap) การสังเกตทำได้ง่ายๆและมีหลักในการจำที่ง่ายๆ นั่นคือ

แคปสตาร์ท มีสีดำ ค่าความจุสูง ค่าทนแรงดันต่ำ แคปรัน มีสีเทา ค่าความจุต่ำ ค่าทนแรงดันสูงปาซิเตอร์(Capacitor)มีชื่อเรียกทับศัพท์จากภาษาอังกฤษที่เรียกกันหลากหลายเช่น แคปาซิเตอร์(Capacitor) ส่วนศัพท์ในภาษาช่างนิยมเรียกสั้นๆว่า แค๊ป,แคป(Cap) หรือ คาปา(Capa) แต่ในชื่อภาษาไทยได้ถูกบัญญัติใช้ในชื่อ "ตัวเก็บประจุ" ซึ่งหน้าที่หลักของคาปาซิเตอร์ก็เหมือนดังชื่อของมัน คือมีหน้าที่เก็บประจุไฟฟ้ากระแสสลับหรือเก็บประจุAC. ทำหน้าที่จ่ายให้กับโหลดเพื่อเพิ่มอำนาจแม่เหล็ก ในระบบเครื่องทำความเย็นที่ใช้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ที่มีแรงม้าสูง จำเป็นต้องมีคาปาซิเตอร์มาช่วยในการเริ่มเดินมอเตอร์ เพื่อเพิ่มแรงบิดให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์เริ่มหมุน

 

ส่วนประกอบของคาปาซิเตอร์หลักๆจะมีอยู่3ส่วนคือ

1.แผ่นโละ ซึ่งเป็นแผ่นโลหะประเภทอะลูมิเนียม จำนวน2แผ่นวางอยู่ใกล้กัน มีฉนวนหุ้มอยู่

2.ฉนวน ฉนวนของคาปาซิเตอร์ทำมาจากกระดาษชุบด้วยน้ำยาเคมี ที่เรียกว่า น้ำยาอิเล็กโทรไลต์

3.วัสดุห่อหุ้ม ทำหน้าที่เป็นตัวสำหรับบรรจุชิ้นส่วนภายใน ในตัวคาปาซิเตอร์จะมีค่าความต้านทานของตัวมันเองอยู่ ซึ่งเรียกว่าค่าความจุ มีหน่วยเป็น "ไมโครฟาราด"(Microfalad = µFD) ซึ่งสามารถเขียนเทียบได้โดย 1 Falad(FD) = 10^6 µFD คาปาซิเตอร์ในระบบเครื่องทำความเย็น จำแนกได้เป็น2ชนิดคือ คาปาซิเตอร์สตาร์ท,แคปสตาร์ท(S.Cap) และ คาปาซิเตอร์รัน,แคปรัน(R.Cap) การสังเกตทำได้ง่ายๆและมีหลักในการจำที่ง่ายๆ นั่นคือ

แคปสตาร์ท มีสีดำ ค่าความจุสูง ค่าทนแรงดันต่ำ แคปรัน มีสีเทา ค่าความจุต่ำ ค่าทนแรงดันสูง แคปรันต่อที่ เข้า R กับ S มีค่าที่ 20 mf , 25-30mf 30mf,40-45mf ใช้ตามBTU ของแอร์ครับจะเป็นกระบอกอลูมิเนียม

ส่วนแคปสตาร์ทจะมีสีดำ ดำ body พลาสติก มีค่าที่80-110mf แคปสตาร์ทจะช่วยในการทำงานสตาร์ทของมอเตอร์ในขั้นแรกครับและส่งต่อให้แคปรันช่วยมอเตอร์ทำงานต่อไปครับ

โดยการตรวจสอบด้วยมัลติมิเตอร์อนาล็อก ปรับตั้งที่ค่าความต้านทาน R x 1K แล้วนำปลายสายของมิเตอร์มาจี้ที่ขั้วทั้ง2ของคาปาซิเตอร์ ถ้าคาปาซิเตอร์ใช้งานได้ เข็มของมิเตอร์จะชี้ขึ้นมาในระดับครึ่งสเกล แล้วเข็มจะค่อยๆตกลง ถือว่าคาปาซิเตอร์ยังใช้งานได้ ถ้าคาปาซิเตอร์ขาดวัดแล้วเข็มจะไม่กระดิกขึ้นเลย แต่ในกรณีที่วัดคาปาซิเตอร์แล้วเข็มชี้ขึ้นจนถึงเลข0หรือเต็มสเกลแสดงว่าคา ปาซิเตอร์อันนั้นลัดวงจรภายใน