ซิสเต็มแอร์แอนด์มาร์ท

คาปาซิเตอร์รัน,แคปรัน(R.Cap)


฿0.00
คาปาซิเตอร์รัน,แคปรัน(R.Cap)
เหลือ 0 ชิ้น
  • หมวดหมู่ : รวมสินค้าเครื่องทำความเย็น,อื่นๆ
  • รหัสสินค้า : 000096

รายละเอียดสินค้า คาปาซิเตอร์รัน,แคปรัน(R.Cap)

 ข้อแตกต่างระหว่าง Cap Run กับ Cap Start
ปาซิเตอร์(Capacitor)มีชื่อเรียกทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ

ที่เรียกกันหลากหลายเช่น แคปาซิเตอร์(Capacitor)

ส่วนศัพท์ในภาษาช่างนิยมเรียกสั้นๆว่า แค๊ป,แคป(Cap)

หรือ คาปา(Capa) แต่ในชื่อภาษาไทยได้ถูกบัญญัติใช้ในชื่อ "ตัวเก็บประจุ"

ซึ่งหน้าที่หลักของคาปาซิเตอร์ก็เหมือนดังชื่อของมัน คือมีหน้าที่เก็บประจุ

ไฟฟ้ากระแสสลับหรือเก็บประจุAC. ทำหน้าที่จ่ายให้กับโหลด

เพื่อเพิ่มอำนาจแม่เหล็ก ในระบบเครื่องทำความเย็นที่ใช้

มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ที่มีแรงม้าสูง จำเป็นต้องมีคาปาซิเตอร์

มาช่วยในการเริ่มเดินมอเตอร์ เพื่อเพิ่มแรงบิดให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์เริ่มหมุน

ส่วนประกอบของคาปาซิเตอร์หลักๆจะมีอยู่3ส่วนคือ
1.แผ่นโละ ซึ่งเป็นแผ่นโลหะประเภทอะลูมิเนียม

จำนวน2แผ่นวางอยู่ใกล้กัน มีฉนวนหุ้มอยู่

2.ฉนวน ฉนวนของคาปาซิเตอร์ทำมาจากกระดาษชุบด้วยน้ำยาเคมี

ที่เรียกว่า น้ำยาอิเล็กโทรไลต์

3.วัสดุห่อหุ้ม ทำหน้าที่เป็นตัวสำหรับบรรจุชิ้นส่วนภายใน

ในตัวคาปาซิเตอร์จะมีค่าความต้านทานของตัวมันเองอยู่

ซึ่งเรียกว่าค่าความจุ มีหน่วยเป็น "ไมโครฟาราด"(Microfalad = µFD)

ซึ่งสามารถเขียนเทียบได้โดย 1 Falad(FD) = 10^6 µFD

คาปาซิเตอร์ในระบบเครื่องทำความเย็น จำแนกได้เป็น2ชนิดคือ

คาปาซิเตอร์สตาร์ท,แคปสตาร์ท(S.Cap) และ คาปาซิเตอร์รัน,

แคปรัน(R.Cap) การสังเกตทำได้ง่ายๆและมีหลักในการจำที่ง่ายๆ นั่นคือ

แคปสตาร์ท มีสีดำ ค่าความจุสูง ค่าทนแรงดันต่ำ แคปรัน มีสีเทา

ค่าความจุต่ำ ค่าทนแรงดันสูงปาซิเตอร์(Capacitor)มีชื่อเรียกทับศัพท์

จากภาษาอังกฤษที่เรียกกันหลากหลายเช่น แคปาซิเตอร์(Capacitor)

ส่วนศัพท์ในภาษาช่างนิยมเรียกสั้นๆว่า แค๊ป,แคป(Cap) หรือ คาปา(Capa)

แต่ในชื่อภาษาไทยได้ถูกบัญญัติใช้ในชื่อ "ตัวเก็บประจุ" ซึ่งหน้าที่หลัก

ของคาปาซิเตอร์ก็เหมือนดังชื่อของมัน คือมีหน้าที่เก็บประจุไฟฟ้า

กระแสสลับหรือเก็บประจุAC. ทำหน้าที่จ่ายให้กับโหลด

เพื่อเพิ่มอำนาจแม่เหล็ก ในระบบเครื่องทำความเย็น

ที่ใช้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ที่มีแรงม้าสูง จำเป็นต้องมีคาปาซิเตอร์

มาช่วยในการเริ่มเดินมอเตอร์ เพื่อเพิ่มแรงบิดให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์เริ่มหมุน

  ส่วนประกอบของคาปาซิเตอร์หลักๆจะมีอยู่3ส่วนคือ
1.แผ่นโละ ซึ่งเป็นแผ่นโลหะประเภทอะลูมิเนียม จำนวน2แผ่น

วางอยู่ใกล้กัน มีฉนวนหุ้มอยู่

2.ฉนวน ฉนวนของคาปาซิเตอร์ทำมาจากกระดาษชุบด้วยน้ำยาเคมี

ที่เรียกว่า น้ำยาอิเล็กโทรไลต์

3.วัสดุห่อหุ้ม ทำหน้าที่เป็นตัวสำหรับบรรจุชิ้นส่วนภายใน

ในตัวคาปาซิเตอร์จะมีค่าความต้านทานของตัวมันเองอยู่

ซึ่งเรียกว่าค่าความจุ มีหน่วยเป็น "ไมโครฟาราด"(Microfalad = µFD)

ซึ่งสามารถเขียนเทียบได้โดย 1 Falad(FD) = 10^6 µFD

คาปาซิเตอร์ในระบบเครื่องทำความเย็น จำแนกได้เป็น2ชนิดคือ

คาปาซิเตอร์สตาร์ท,แคปสตาร์ท(S.Cap) และ คาปาซิเตอร์รัน,แคปรัน(R.Cap)

การสังเกตทำได้ง่ายๆและมีหลักในการจำที่ง่ายๆ นั่นคือ

แคปสตาร์ท มีสีดำ ค่าความจุสูง ค่าทนแรงดันต่ำ  แคปรัน มีสีเทา

ค่าความจุต่ำ ค่าทนแรงดันสูง  แคปรันต่อที่ เข้า R กับ S มีค่าที่ 20 mf , 25-30mf

30mf,40-45mf ใช้ตามBTU ของแอร์ครับจะเป็นกระบอกอลูมิเนียม

ส่วนแคปสตาร์ทจะมีสีดำ ดำ body พลาสติก มีค่าที่80-110mf

แคปสตาร์ทจะช่วยในการทำงานสตาร์ทของมอเตอร์ในขั้นแรกครับ

และส่งต่อให้แคปรันช่วยมอเตอร์ทำงานต่อไปครับ

โดยการตรวจสอบด้วยมัลติมิเตอร์อนาล็อก ปรับตั้งที่ค่าความ

ต้านทาน R x 1K แล้วนำปลายสายของมิเตอร์มาจี้ที่ขั้วทั้ง2ของคาปาซิเตอร์

ถ้าคาปาซิเตอร์ใช้งานได้ เข็มของมิเตอร์จะชี้ขึ้นมาในระดับครึ่งสเกล

แล้วเข็มจะค่อยๆตกลง ถือว่าคาปาซิเตอร์ยังใช้งานได้ ถ้าคาปาซิเตอร์ขาด

วัดแล้วเข็มจะไม่กระดิกขึ้นเลย แต่ในกรณีที่วัดคาปาซิเตอร์

แล้วเข็มชี้ขึ้นจนถึงเลข0หรือเต็มสเกลแสดงว่าคา ปาซิเตอร์อันนั้นลัดวงจรภายใน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง คาปาซิเตอร์รัน,แคปรัน(R.Cap)